ศูนย์ประสานงานวิจัยและนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจสีน้ำเงิน จุฬาฯ ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา เพื่อพัฒนาระบบติดตามการอนุรักษ์เชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน
ศูนย์ประสานงานวิจัยและนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจสีน้ำเงิน จุฬาฯ ลงพื้นที่ติดตามวิกฤตโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา พบสถานการณ์น่ากังวลหลังประชากรลดฮวบเหลือ 14 ตัว เตรียมติดตั้งระบบตรวจจับอัตโนมัติจากเสียงใต้น้ำ (Near real-time) เพื่อระบุพิกัดแม่นยำ ลดความเสี่ยงจากการติดเครื่องมือประมง และวางรากฐานการจัดการพื้นที่อนุรักษ์อย่างยั่งยืน
ศูนย์ประสานงานวิจัยและนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจสีน้ำเงิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงพื้นที่ติดตามและตรวจเยี่ยมแผนการดำเนินโครงการภายใต้แผนงาน “การขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา” โครงการ “การประเมินประชากรและการกระจายตัวของโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาด้วยการสำรวจ เชิงบูรณาการและระบบรายงานการพบแบบใกล้เวลาจริงเพื่อการอนุรักษ์เชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน” วันที่ 22 มีนาคม 2569 ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง จังหวัดพัทลุง-สงขลา
โดยมี นายสันติ นิลวัตน์ หัวหน้าโครงการ สังกัดกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง จังหวัดพัทลุง-สงขลา กล่าวรายงานสถานการณ์ของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาตอนบนปัจจุบัน และวิกฤตการณ์สำคัญที่ส่งผลทำให้จำนวนประชากรโลมาอิรวดี ทะเลสาบสงขลาตอนบน ลดลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงแผนการศึกษาเชิงบูรณาการการจัดการเชิงพื้นที่และมาตรการป้องกันภัยคุกคามเพื่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดี
ประชากรโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา มีแนวโน้มลดลงอย่างรุนแรง จากการสำรวจทางเรือ การบินสำรวจด้วยเครื่องบินเล็กปีกตรึง และการใช้โดรน (UAV) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558–2564 พบจำนวนประชากรลดลงจากประมาณ 27 ตัว เหลือเพียง 14 ตัวในปี พ.ศ. 2563 ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ พบว่าสถานการณ์ของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาตอนบนอยู่ในสถานการณ์ต้องเฝ้าระวัง มีการติดตามและต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างเร่งด่วน ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการติดเครื่องมือประมงโดยบังเอิญ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของทะเลสาบที่ตื้นเขิน และวิกฤตด้านพันธุกรรมจากการผสมพันธุ์เลือดชิดในระบบปิด ส่งผลให้อัตราการตายสูงกว่าการเกิดทดแทนอย่างน่ากังวล
โครงการ “การประเมินประชากรและการกระจายตัวของโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาด้วยการสำรวจ เชิงบูรณาการและระบบรายงานการพบแบบใกล้เวลาจริงเพื่อการอนุรักษ์เชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน จำทำขึ้นเพื่อมีวัตถุประสงค์ ระบุพื้นที่ใช้ประโยชน์หลัก (core use area) และพื้นที่สำหรับเขตอนุรักษ์หลัก (core zone) ของโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา จากการบูรณาการข้อมูลสำรวจทางเรือ ทางอากาศ และการบันทึกเสียงใต้น้ำ ประเมินพื้นที่แพร่กระจายและประมาณขนาดประชากรโลมาอิรวดี โดยใช้ข้อมูลเสียงใต้น้ำร่วมกับการพบเห็นจากการสำรวจทางเรือและทางอากาศ และการพัฒนาระบบตรวจจับโลมาอัตโนมัติจากเสียงใต้น้ำ โดยใช้อัลกอริทึมจำแนกสัญญาณชีวภาพและเชื่อมโยงกับระบบสื่อสารไร้สาย เพื่อแจ้งตำแหน่งการพบโลมาแบบใกล้เวลาจริง (near real-time)
ทั้งนี้ เพื่อยกระดับการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านการสร้างนวัตกรรมดิจิทัลที่สามารถระบุตำแหน่งและเฝ้าระวังประชากรโลมาอิรวดีได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที อันจะนำไปสู่การกำหนดมาตรการคุ้มครองพื้นที่แบบพลวัต ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงของโลมาอิรวดี นอกจากนี้ ข้อมูลเชิงลึกที่ได้จะถูกนำไปใช้ในการวางแผนฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำที่เป็นอาหารหลัก และสร้างกลไกการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างการทำประมงพื้นบ้านกับการอนุรักษ์ เพื่อรักษาสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของทะเลสาบสงขลาให้อยู่รอดพ้นจากภาวะวิกฤตการสูญพันธุ์ และเป็นสมบัติทางธรรมชาติอันล้ำค่าที่อยู่คู่กับระบบนิเวศและชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |






