.

ลงทะเบียน

MKH Update

สถิติการเข้าชม


 

กิจกรรมการลงพื้นที่ ณ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง และกลุ่มอนุรักษ์ชายฝั่งและฟาร์มทะเล บ้านใหม่ จังหวัดสงขลา

ช่วงบ่ายของวันที่ 23 มีนาคม 2569 คณะผู้เข้าร่วมงานพิธีเปิดและการปฐมนิเทศแผนงานขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ได้เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงาน (Field trip) ณ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา และ กลุ่มอนุรักษ์ชายฝั่งและฟาร์มทะเลบ้านใหม่ ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เพื่อเรียนรู้รูปแบบการจัดการทรัพยากรโดยชุมชนและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน อันเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งในระยะยาว

ในการเยี่ยมชมศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทดูแลครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดชายฝั่งทะเล ได้แก่ จังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส คณะทำงานได้นำเสนอถึงภารกิจสำคัญในการเฝ้าระวังสถานภาพทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเฉพาะการดูแลแหล่งปะการังที่สำคัญอย่างเกาะโลซิน ตลอดจนการดำเนินงานวิจัยและติดตามสถานภาพทรัพยากรในทะเลสาบสงขลาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลจากการศึกษาโลมาอิรวดีในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ทราบถึงปัจจัยคุกคามและผลกระทบที่แท้จริง นำไปสู่การวางแผนบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องตรงจุด ระหว่าง ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง กับ ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รวมระยะทางทั้งสิ้น 7 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยลดระยะทางจากเดิมได้ประมาณ 80 กิโลเมตร และ ลดระยะเวลาในการเดินทางจาก 2 ชั่วโมง เหลือเพียงไม่กี่นาที โดยระบุถึงความสำคัญของโครงการที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาที่ดินและการสร้างอาชีพในท้องถิ่น ช่วยประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถ และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาพาหนะของประชาชน สำหรับรูปแบบการก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวงชนบทได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับมาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำ โดยมีการวางแผนป้องกันผลกระทบจากการก่อสร้างต่อโลมาอิรวดีและระบบนิเวศทางทะเลอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนผ่านกลไกการกู้ยืมเงินจากธนาคารโลก (World Bank) ประมาณ 70% ของมูลค่าโครงการ (ราว 3,290 ล้านบาท จาก 4,700 ล้านบาท) ควบคู่กับงบประมาณแผ่นดิน 30% เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 

 

ผู้แทนกลุ่มอนุรักษ์ฯ เผยถึงจุดเริ่มต้นว่า เกิดจากการรวมตัวของคนในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาการทำประมงเกินขอบเขต โดยการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ฯและกำหนด "กติกาชุมชน" ร่วมกัน เพื่อสร้างพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนให้ได้หลบภัยและอยู่อาศัย แม้ที่ผ่านมาจะยังประสบปัญหาการลักลอบจับสัตว์น้ำในเขตหวงห้าม แต่ทางกลุ่มยังคงมุ่งมั่นผลักดันกติกาเหล่านี้ให้ยกระดับเป็น "นโยบายสาธารณะ" เพื่อขยายเขตพื้นที่อนุรักษ์ให้ครอบคลุมตลอดแนวชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแบบอย่างการอนุรักษ์ที่สำคัญ โดยมีการสร้าง “บ้านปลาหมายเลข ๙” ซึ่งกลายเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงปลากดทะเล (ปลากดขี้ลิง) ฝูงใหญ่ที่สุดในทะเลสาบสงขลานับพันตัว สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ที่กลับคืนมาอีกครั้ง นอกจากนี้ยังพัฒนาสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ทั้งการนั่งเรือชมวิถีลุ่มน้ำ การเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง และชมทัศนียภาพยามเย็น

การเยี่ยมชมในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ความร่วมมือที่เข้มแข็งของชุมชนคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยปกป้องระบบนิเวศและสัตว์หายากอย่างโลมาอิรวดี ให้สามารถอยู่ร่วมกับการพัฒนาของชุมชนได้อย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 

 



bottom

top

Latest News

Popular


bottom