การบริหารจัดการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานวิจัย
แผนงานอนุรักษ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาตอนบน
หน่วยงาน ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง
หัวหน้าโครงการ นายสันติ นิลวัตน์
ผู้ร่วมวิจัย นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์, นายชวนนท์ กัลยา, นายวีระพงค์ เกิดสิน, น.สพ.รัตนกร พากเพียร
บทสรุปข้อเสนอโครงการ
โลมาอิรวดี (Irrawaddy dolphin) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในทะเลและเข้ามาหาอาหารในทะเลสาบ สงขลามาช้านาน จนปรับตัวเป็นโลมาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดและเป็น 1 ใน 5 แห่งของโลก โดยพบแพร่กระจายอยู่บริเวณตอนบนของทะเลสาบสงขลาที่เรียกว่าทะเลหลวง เนื่องจากเป็นพื้นที่ลึกที่สุดของทะเลสาบ ความลึกเฉลี่ย 2-3 เมตร การมีอยู่ของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลานับเป็นตัวชี้วัดสถานภาพของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ทะเลสาบสงขลาตอนบน ปัจจุบันโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลามีสถานะเป็นสัตว์ที่ถูกคุกคามจากปัจจัยหลาย ประการ เช่น การติดเครื่องมือประมงโดยบังเอิญ มลพิษทางน้ำ และการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม นักวิจัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามศึกษาและหาแนวทางในการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา เพื่อรักษาความหลากหลาย ทางชีวภาพและสมดุลของระบบนิเวศ ในเชิงวิชาการมีการศึกษาด้านพันธุกรรมและพฤติกรรมของโลมาอิรวดีเพื่อเข้าใจลักษณะและการปรับตัวของสัตว์ชนิดนี้ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงการศึกษาปัญหาการผสมพันธุ์แบบเลือดชิดซึ่งส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดและความแข็งแรงของสายพันธุ์การหายไปของโลมาอิรวดีแสดงให้เห็นถึงการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของโลมาอิรวดี การทำการประมงที่เกินขนาดและใช้เครื่องมือที่ผิดกฏหมายทำให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลง ส่งผลต่อรายได้และความเป็นอยู่รวมถึงปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประชาชนรอบทะเลสาบสงขลาตอนบน ดังนั้นหากประเทศไทยไม่สามารถอนุรักษ์โลมาอิรวดีกลุ่มนี้ไว้ได้ นับเป็นความสูญเสียในระดับสากลซึ่งเมื่อสูญเสียไปแล้วก็ไม่สามารถทดแทนได้ เป็นภาพลักษณ์ที่สะท้อนถึงความ อ่อนแอของการบริหารจัดการเพื่อการอนุรักษ์ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ
การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและการนำนวัตกรรมในการสำรวจติดตามสถานการณ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาและปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง โดยสืบเนื่องมาจากแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา พ.ศ. 2567-2576 ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องดำเนินการต่อไป เนื่องจากทะเลสาบสงขลามีค่าความขุ่นใสของน้ำในทะเลสาบแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่โดยทั่วไปแล้วค่าความขุ่นใสของน้ำในทะเลสาบสงขลาตอนบนมีค่าระหว่าง 0.1-0.4 เมตร ส่วนตอนกลางและตอนล่างมีค่าความขุ่นใสสูงขึ้นเป็น 0.4-2.0 เมตร การศึกษาจากสายตาโดยใช้กล้องส่องทางไกล การบินสำรวจโดยใช้โดรน การใช้เครื่องบินเล็กปีกตรึง UAV แบบ Fix-wing รวมถึงการเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์การพบเห็นจากชาวประมงในพื้นที่ ยังไม่สามารถระบุจำนวนประชากรโลมาอิรวดีและ พื้นที่การแพร่กระจายเพื่อกำหนดขอบเขตที่อยู่อาศัยและจำนวนประชากรที่แน่นอนได้ จึงได้นำเทคโนโลยีและ พัฒนาเครื่องบันทึกเสียงใต้น้ำเพื่อศึกษาวิจัยและสำรวจให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากการทราบขอบเขตของแหล่งที่อยู่อาศัยแล้วการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำซึ่งเป็นอาหารของโลมาอิรวดีจึงเป็นเหตุที่ควรให้ความสำคัญ ซึ่งโลมาอิรวดีใน ทะเลสาบสงขลามีอาหารหลักที่ประกอบไปด้วยปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็กอื่นๆ ที่พบได้ในทะเลสาบนี้ เช่น ปลา ดุกทะเล ปลากด กุ้งก้ามกราม สัตว์เหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งอาหารที่โลมาอิรวดีใช้ในการดำรงชีวิต พฤติกรรมการล่าเหยื่อของโลมาอิรวดีมักจะเกิดขึ้นในน้ำตื้นโดยใช้เทคนิคการล่าเหยื่อด้วยการใช้เสียงสะท้อน (echolocation) เพื่อค้นหาเหยื่อในน้ำ ทำให้พวกโลมาสามารถล่าอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้สาเหตุการเกยตื้นของโลมาอิรวดีในวัยทารกซึ่งมีจำนวนเกือบครึ่งนั้นเป็นข้อสงสัยด้านเลือดชิดหรือความหลากหลายทางพันธุกรรมที่ลดลง เป็นต้น
ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการสำหรับแก้ไขปัญหาการลดลงของประชากรโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา การศึกษาวิจัยเพื่อทราบจำนวนประชากรและสัดส่วนประชากร การทราบขอบเขตของแหล่งที่อยู่อาศัยหรือการหา อาหารกินตลอดจนจำนวนของชนิดและปริมาณสัตว์น้ำที่เป็นอาหารก็มีความสำคัญต่อการมีชีวิตอยู่ของโลมา ซึ่งเกี่ยวโยงกับอาชีพและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนปัญหาที่คาดว่าการตายของโลมาอิรวดีวัยอ่อนเกิดจากปัญหาเลือดชิดหรีอปัญหาด้านพันธุกรรมที่รวมฝูงอาศัยอยู่ในพื้นที่ระบบปิด นอกจากการศึกษาวิจัยขั้นพื้นฐานตามที่กล่าวมาข้างต้นยังไม่ประสบผลสำเร็จจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยใช้งบประมาณในการดำเนินงานที่เพียงพอเพื่อเพิ่มศักยภาพในการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการสำรวจติดตามสถานการณ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาและปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยอนุรักษ์และรักษาโลมาอิรวดีไม่ให้สูญพันธุ์ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์แห่งทะเลสาบสงขลาหนึ่งเดียวในประเทศไทยและหนึ่งในห้าแห่งของโลกที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป
นอกจากนี้โครงการคาดว่าจะสร้างนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอนุรักษ์เชิงพื้นที่ที่สามารถตรวจจับและแจ้งเตือนโลมาอิรวดีแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งสร้างฐานข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการแพร่กระจายและพฤติกรรมของโลมา ซึ่งสามารถนำไปใช้วางแผนการอนุรักษ์ การจัดการพื้นที่คุ้มครอง และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างชุมชนกับโลมาฯ อย่างยั่งยืน เนื่องด้วย ประชากรโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา ปัจจุบันจำนวนประชากรเหลือเพียงประมาณ 10 ตัว ซึ่งลดลงอย่างรวดเร็วจากอัตราการตายที่สูงกว่าการเกิดทดแทน สาเหตุหลักเกิดจากการติดเครื่องมือประมง รองลงมาคือปัจจัยกายภาพและชีวภาพ เช่น การตื้นเขินของทะเลสาบ การทับถมของตะกอน มลพิษ และข้อจำกัดทางกายภาพที่ขัดขวางการแลกเปลี่ยนยีนกับประชากรโลมาภายนอก สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนากลยุทธ์อนุรักษ์เชิงพื้นที่ที่ประสิทธิภาพและสามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของการแพร่กระจายโลมาแบบทันที โครงการจึงต้องเพิ่มการพัฒนาการวิจัยและพัฒนาระบบรายงานการพบโลมาอิรวดีแบบใกล้เวลาจริง (Near Real-Time) โดยใช้เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายและการบันทึกเสียงใต้น้ำ (Passive Acoustic Monitoring) เพื่อระบุการปรากฏตัวและตำแหน่งโลมาอย่างแม่นยำ ระบบนี้จะส่งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายและผู้จัดการพื้นที่อนุรักษ์ ทำให้สามารถกำหนดพื้นที่คุ้มครองแบบพลวัต (Dynamic Protected Area) ได้ตามสถานการณ์จริง พร้อมกันนี้ข้อมูลยังช่วยให้ชุมชนรอบทะเลสาบสามารถวางแผนใช้พื้นที่ทำประมงในบริเวณอื่นอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างฐานข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการแพร่กระจายและพฤติกรรมของโลมา ซึ่งสามารถนำไปใช้วางแผนการอนุรักษ์ การจัดการพื้นที่คุ้มครอง และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างชุมชนกับโลมาฯ อย่างยั่งยืน
วัตถุประสงค์
- ระบุพื้นที่ใช้ประโยชน์หลัก (core use area) และพื้นที่สำหรับเขตอนุรักษ์หลัก (core zone) ของโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา จากการบูรณาการข้อมูลสำรวจทางเรือ ทางอากาศ และการบันทึกเสียงใต้น้ำ
- ประเมินพื้นที่แพร่กระจายและประมาณขนาดประชากรโลมาอิรวดี โดยใช้ข้อมูลเสียงใต้น้ำร่วมกับการพบเห็นจากการสำรวจทางเรือและทางอากาศ
- พัฒนาระบบตรวจจับโลมาอัตโนมัติจากเสียงใต้น้ำ โดยใช้อัลกอริทึมจำแนกสัญญาณชีวภาพและเชื่อมโยงกับระบบสื่อสารไร้สาย เพื่อแจ้งตำแหน่งการพบโลมาแบบใกล้เวลาจริง (near real-time)
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ด้านวิชาการ
เชิงวิชาการ
- ฐานข้อมูลเชิงพื้นที่และเชิงเวลาของการพบโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา
- ข้อมูลการพบจากการสำรวจทางเรือ ทางอากาศ
- ข้อมูลการตรวจพบโลมาจากเสียงใต้น้ำ - แผนที่พื้นที่ใช้ประโยชน์หลักของโลมา (Core use areas) และแผนที่พื้นที่อนุรักษ์เชิงพลวัต (Dynamic Protected Area maps)
- ระบบต้นแบบ (prototype) สำหรับการตรวจจับโลมาแบบอัตโนมัติจากเสียงใต้น้ำ และระบบแจ้งเตือนตำแหน่งแบบกึ่งเวลาจริง
- ทำให้ทราบข้อมูลจำนวนและสัดส่วนประชากรโลมาอิรวดีที่ถูกต้องแม่นยำ เพื่อประโยชน์ในการประเมินสถานภาพที่มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามระยะเวลาและปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
- ทราบข้อมูลทางชีววิทยาการขยายพันธุ์และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
เชิงนโยบาย
- การบริหารจัดการ สภาพแวดล้อมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้มีความยั่งยืน เช่น ปริมาณอาหารและชนิดของอาหาร
- สามาถกำหนดแหล่งที่อยู่อาศัยของโลมาอิรวดีที่ถูกต้อง ปลอดภัย
ด้านสังคม
ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องรวมถึงมีพื้นที่มีแหล่งทำการประมงตามที่ถูกกำหนดและไม่กระทบต่อ โลมาอิรวดี และไม่ทำการประมงที่ผิดกฏหมาย สามารถพัฒนาอาชีพอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น การท่องเที่ยวชมโลมา เป็นต้น
ด้านนโยบาย
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวงสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปบริหารจัดการกำหนดพื้นที่อนุรักษ์พร้อมทั้งกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนและ สามารถยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองโลมาอิรวดีน้ำจืดในระดับประเทศและสากล และสามารถนำข้อมูลไปจัดหา แหล่งงบประมาณในการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม
ด้านเศรษฐกิจ
การอนุรักษ์โลมาอิรวดีเป็นการช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืน


