การจัดการและใช้ประโยชน์ทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน รวมถึงการเสริมสร้างเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนรอบทะเลสาบสงขลาตอนบนที่เกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในพื้นที่
หน่วยงาน ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสัตว์น้ำชายฝั่ง กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง
หัวหน้าโครงการ นายนิคม ละอองศิริวงศ์
ผู้ร่วมวิจัย ผศ.ดร. ชลลดา แสงมณี ศิริสาธิตกิจ, ดร.วราภรณ์ ทนงศักดิ์, นางกฤษณา องอาจ, นายนิธิพล บุญนิธิ, น.ส.มะลิวัลย์ สุวรรณโณ
บทสรุปข้อเสนอโครงการ
ทะเลสาบสงขลาเป็นทะเลสาบที่สำคัญเนื่องจากเป็นทะเลสาบน้ำจืด 1 ใน 5 แห่งของโลกที่เป็นที่อยู่อาศัยของโลมาอิรวดีที่สามารถปรับตัวอาศัยอยู่ในน้ำจืดได้ ในปัจจุบันสถานภาพของโลมาอิรวดีอยู่ในสถานะวิกฤต สาเหตุจากภัยคุกคามในถิ่นที่อยู่อาศัยและการทำการประมง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่รอบทะเลสาบสงขลาประกอบอาชีพประมงเป็นหลัก จึงย่อมมีผลกระทบต่อโลมาอิรวดีทั้งจากการติดเครื่องมือประมงโดยบังเอิญ หรือผลกระทบในห่วงโซ่อาหารในการสูญเสียสมดุลของระบบนิเวศซึ่งมีผลต่ออาหารของโลมาอิรวดี ดังนั้น จึงได้มีการจัดทำโครงการอนุรักษ์ประชากรโลมาอิรวดีร่วมกับการเสริมสร้างรายได้ของชาวประมงรอบทะเลสาบสงขลา เช่น การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ทั้งเพื่ออาหารของโลมาอิรวดี เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับทะเลสาบ รวมถึงเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวประมงในพื้นที่ เมื่อมีการกำหนดมาตรการเพื่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวประมง โดยเฉพาะต่อวิถีการทำประมงที่ใช้พื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับแหล่งอาศัยของโลมาอิรวดีในการจับสัตว์น้ำ
เป็นเวลานานนับสิบปีแล้วที่ชาวประมง/ชุมชนประมงในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศได้ตระหนัก และให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรประมง เนื่องจากได้รับผลกระทบทั้งต่อรายได้และคุณภาพชีวิตจากความเสื่อมโทรมของทรัพยากรประมง กอรปกับกฎหมายประมงฉบับล่าสุดได้บัญญัติถึงบทบาทของชุมชนประมงในการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงในท้องถิ่นของตัวเองไว้อย่างชัดเจน ซึ่งการจัดการทรัพยากรประมงด้วยการมีส่วนร่วมชองชุมชนนั้นเป็นการใช้องค์ความรู้จากประสบการณ์อันยาวนานในพื้นที่ สร้างจิตสำนึกในการเป็นเจ้าของทรัพยากรร่วมกัน มีการจัดตั้งกลุ่มโดยอาศัยกลไกในการจัดตั้งกลุ่มจากภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ กลุ่มผู้นำ แกนนำ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วมีการบริหารจัดการกลุ่มที่ดี กฎกติกาที่เกิดจากข้อตกลงร่วมกันของชุมชนลดข้อขัดแย้งในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรสัตว์น้ำ มีการขยายกิจกรรมดำเนินงานไปยังด้านอื่น ๆ เช่น กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำ เป็นต้น
อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการทรัพยากรประมงโดยชุมชนนั้นอาจไม่เพียงพอต่อการรักษาความสมดุลหรือความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่นั้น ๆ ได้ เพราะในการบริหารจัดการจะมุ่งเน้นเฉพาะสัตว์น้ำเป้าหมายที่เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่ได้มองถึงนิเวศบริการด้านอื่น เช่น การสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ การรักษาความสมดุลของประชากรสัตว์น้ำให้มีความยั่งยืน แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ การท่องเที่ยวและนันทนาการ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จึงเกิดแนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรประมงโดยใช้แนวทางเชิงระบบนิเวศ คือ การบริหารจัดการที่สร้างสมดุลระหว่างความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศโดยคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของชาวประมงในชุมชนและอยู่บนพื้นฐานตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในปัจจุบันโดยไม่กระทบต่อทรัพยากรประมงในอนาคต ดังนั้น การบริหารจัดการทรัพยากรประมงเพื่อสร้างยั่งยืนของทรัพยากรและสร้างความมั่นคงในด้านอาหาร (sustainability of resources and food security) รวมถึงสามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงในบริบทต่าง ๆ และสร้างคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนจึงจำเป็นต้องผสมผสานทั้งแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรประมงโดยชุมชนมีส่วนร่วมและแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรประมงเชิงระบบนิเวศ
โครงการนี้จึงได้จัดทำขึ้นโดยมีหลักคิดสำคัญ ประกอบด้วย การพัฒนากลไกความร่วมมือและการกำหนดแผนเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม การจัดตั้งกลไกการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรประมง การร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรประมง ประกอบด้วย การกำหนดเขตพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่การจัดการ การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ การพัฒนาระเบียบและกติกาชุมชน และการควบคุมและติดตามการปฏิบัติตามระเบียบ รวมถึงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรประมงตามแนวทางระบบนิเวศ เพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรประมงและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน นอกจากนั้น เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของชาวประมงและชุมชนจำเป็นต้องมีการเสริมสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม ได้แก่ การพัฒนาและสนับสนุนกลุ่ม การยกระดับและพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดชุมชน และหลักคิดสุดท้าย คือ การขับเคลื่อนองค์ความรู้และการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสร้างชุมชนประมงต้นแบบที่มีการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
วัตถุประสงค์
- เพื่อสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนประมง หน่วยงานรัฐ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตชุมชนประมงและการจัดการทรัพยากรประมงในทะเลสาบสงขลาตอนบนที่่เกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์และคุ้มครองโลมาอิรวดี
- เพื่อให้เกิดรูปแบบการจัดการทรัพยากรประมงเชิงนิเวศอย่างมีส่วนร่วมชุมชนประมงต้นแบบที่เกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดี
- เพื่่อพัฒนาเศรษฐกิจทางเลือกใหม่และสร้างสวัสดิการของชุมชนประมงต้นแบบที่ใช้ประโยชน์ทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืนและลดภัยคุกคามต่อโลมาอิรวดี
- เพื่่อจัดการองค์ความรู้จากผลการดำเนินงานในพื้นที่และต่อยอดจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระดับพื้นที่และระดับประเทศ
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ด้านวิชาการ
บทความวิจัย จำนวน 1 บทความ
ด้านสังคม
เชิงสาธารณะ
สร้างความรู้ความเข้าใจแก่สาธารณชนเกี่ยวกับบทบาทของชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรประมง ส่งเสริมแนวคิดการมีส่วนร่วมเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
เชิงชุมชนและพื้นที่
มีชุมชนประมงที่เป็นต้นแบบ ในการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สาธารณชนเกี่ยวกับบทบาทของชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรประมง การส่งเสริมแนวคิดการมีส่วนร่วมเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนที่เกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์และคุ้มครองโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาตอนบน จำนวน 6 ชุมชน
เชิงสิ่งแวดล้อม
ส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลาตอนบน รวมถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศของแหล่งน้ำที่เกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์และคุ้มครองโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาตอนบน โดยเกิดเป็นเอกสารระเบียบและกติกาหรือธรรมนูญประมงยั่งยืนในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงเชิงระบบนิเวศโดยชุมชนที่เกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์และคุ้มครองโลมาอิรวดี ชุมชนละ 1 ฉบับ รวม 6 ฉบับ และมีอาสาสมัครอนุรักษ์ ระดับชุมชน ชุมชนละ 10 คน รวม 60 คน
ด้านนโยบาย
ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรประมง และการออกแบบมาตรการส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมในพื้นที่ที่เกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์และคุ้มครองโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาตอนบน อย่างน้อย 1 ฉบับ
ด้านเศรษฐกิจ
สร้างรายได้เพิ่มให้กับชาวบ้านในชุมชนอย่างน้อย 10% ผ่านกิจกรรมการพัฒนาอาชีพ การสร้างแหล่งพันธุ์สัตว์น้ำ และการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรประมงอย่างมีประสิทธิภาพที่เกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์และคุ้มครองโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาตอนบนในระยะยาว รวมถึงรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต้นแบบ


