.

ลงทะเบียน

MKH Update

สถิติการเข้าชม


 

การจัดการและใช้ประโยชน์ทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน รวมถึงการเสริมสร้างเศรษฐกิจ
และสังคมของชุมชนรอบทะเลสาบสงขลาตอนบนที่เกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในพื้นที่

 

หน่วยงาน               กองนโยบายและแผนพัฒนาการประมง
หัวหน้าโครงการ     น.ส. ณาตยา ศรีจันทึก
เจ้าหน้าที่โครงการ  นางดารัตน์ อภัยบริรัตน์, น.ส.สุขใจ สาทร

 

หลักการและเหตุผล

ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 8,729 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย แผ่นดิน 7,687 ตารางกิโลเมตร และพื้นที่ทะเลสาบ 1,042 ตารางกิโลเมตร ความยาวจากเหนือจรดใต้ประมาณ 150 กิโลเมตร และจากตะวันออกจรดตะวันตกประมาณ 65 กิโลเมตร (สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2548) ทะเลสาบสงขลา สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ตอนใหญ่ ๆ ดังนี้ (1) ทะเลน้อย มีพื้นที่ประมาณ 27 ตารางกิโลเมตร ความลึกเฉลี่ย 1.2 เมตร เป็นทะเลสาบน้ำจืด บริเวณนี้มักพบพืชน้ำนานาชนิดและมีพื้นที่ป่าพรุขนาดใหญ่ (2) ทะเลสาบตอนบน (ทะเลหลวง) อยู่ถัดจากทะเลน้อยลงมา มีพื้นที่ประมาณ 373 ตารางกิโลเมตร ความลึกเฉลี่ย 2 เมตร มีคลองท่าแนะ คลองนาท่อม และคลองท่ามะเดื่อ ระบายลงสู่ทะเลสาบตอนบน (3) ทะเลสาบตอนกลาง (ทะเลสาบ) อยู่ถัดจากทะเลสาบตอนบน มีพื้นที่ ประมาณ360 ตารางกิโลเมตร และ (4) ทะเลสาบตอนล่าง (ทะเลสาบสงขลา) เป็นส่วนของทะเลสาบส่วนนอกสุด ที่เชื่อมต่อกับทะเลอ่าวไทย มีพื้นที่ประมาณ 183 ตารางกิโลเมตร ความลึกประมาณ 1.5เมตร มีคลองหลายสายที่ระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบตอนล่าง ได้แก่ คลองอู่ตะเภา คลองรัตภูมิ คลองบางโหนด และคลองพะวง ทะเลสาบส่วนนี้เป็นบริเวณที่มีน้ำเค็ม แต่บางส่วนในฤดูฝนจะเป็นน้ำกร่อย และได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลง (สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน). 2555)

ทะเลสาบสงขลาตอนบนเป็นส่วนหนึ่งของทะเลสาบสงขลา มีพื้นที่ครอบคลุมระหว่าง ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา กับ ต.แหลมจองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ไปจนถึงปากคลองนางเรียมซึ่งเป็นคลองที่เชื่อมระหว่างทะเลสาบสงขลาตอนบนกับทะเลน้อย เป็นห้วงน้ำที่มีพื้นที่มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 48 ของพื้นที่ทั้งหมด และเป็นห้วงน้ำมีความลึกมากกว่าทะเลสาบส่วนอื่น ๆ สภาพน้ำเป็นน้ำจืดเกือบตลอดทั้งปี แต่อาจมีสภาพเป็นน้ำกร่อยตลอดทั้งปีในบางปี เช่น ปี 2546 และมีค่าความเค็มสูงสุดที่เคยวัดได้ คือ 11 ส่วนในพัน ตรงบริเวณรอยต่อกับทะเลสาบตอนกลางในปีเดียวกัน (นิคม และคณะ, 2547) พื้นที่ทะเลสาบสงขลาตอนบนเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใกล้จะสูญพันธุ์ คือ โลมาอิรวดี ซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืด 1 ใน 5 แหล่งของโลกที่พบโลมาชนิดนี้อาศัยอยู่ ปัจจุบันสถานภาพของโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาอยู่ในสถานะวิกฤติ ประชากรโลมาอิรวดีมีจำนวนลดน้อยลง เนื่องจากภัยคุกคาม
ในถิ่นที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม ประกอบกับอาชีพส่วนใหญ่ของประชาชนรอบทะเลสาบ คือ การทำประมง โดยมีพื้นที่การทำประมงเป็นแหล่งเดียวกับที่โลมาอิรวดีอาศัยอยู่ นอกจากนี้ รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นในจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ โดยได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 อนุมัติในหลักการให้มีการสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา - อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางในพื้นที่จังหวัดสงขลาและพัทลุง เพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้ บริเวณก่อสร้างสะพานฯ เป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับแหล่งอาศัยของโลมาอิรวดี ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลาโดยเฉพาะโลมาอิรวดี จึงได้มีการกำหนดแนวทางและจัดทำแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา (พ.ศ. 2567 - 2576) โดยความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมประมง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ มีมติเห็นชอบแผนดังกล่าว เมื่อวันที่
5 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งในส่วนของกรมประมงได้มีส่วนร่วมในการจัดทำกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการดำเนินการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา โดยเน้นในเรื่องการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูความสมบูรณ์ของทะเลสาบสงขลา การผลิตพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อปล่อยเพื่อสร้างรายได้ การเฝ้าระวังการทำประมงผิดกฎหมาย เป็นต้น และในขณะเดียวกันได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาชีพทางเลือกเพื่อเสริมสร้างชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนบริเวณทะเลสาบสงขลาตอนบน เพื่อให้ทั้งการประกอบอาชีพของประชาขน
ในพื้นที่และการอนุรักษ์โลมาอิรวดี สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมแบบบูรณาการของชุมชนและทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 25 กำหนดให้กรมประมงดำเนินการช่วยเหลือ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชนประมงท้องถิ่นในการจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนจากทรัพยากรสัตว์น้ำภายในที่จับสัตว์น้ำในเขตประมงน้ำจืดหรือเขตทะเลชายฝั่ง ให้กรมประมงดำเนินการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนประมงท้องถิ่นในการบริหารจัดการการประมง สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่ม และจัดให้มีการขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมประมงประกาศกำหนด รวมทั้งช่วยเหลือและสนับสนุนการดำเนินงานโครงการหรือกิจกรรมของชุมชนประมง และเผยแพร่ความรู้หรือข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการบริหารจัดการ การบำรุงรักษาการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำ

เพื่อให้การดำเนินงานก่อสร้างสะพาน การอนุรักษ์โลมาอิรวดี และการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนบริเวณทะเลสาบสงขลาตอนบน สามารถดำเนินการร่วมกันได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน กรมประมงจึงเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินแผนงานวิจัยการจัดการและใช้ประโยชน์ทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน รวมถึง การเสริมสร้างเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนรอบทะเลสาบสงขลาตอนบนที่เกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในพื้นที่ เพื่อเป็นการหนุนเสริมชุมชนประมงรอบทะเลสาบสงขลาตอนบนให้มีส่วนร่วมในการจัดการและใช้ประโยชน์ทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน และทำการประมงที่ไม่เป็นภัยคุกคามต่อโลมาอิรวดีในพื้นที่ รวมทั้งมีการเสริมสร้างเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนรอบทะเลสาบสงขลาตอนบนให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นที่สามารถเกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในพื้นที่ โดยคำนึงถึงเรื่องการส่งเสริมความเสมอภาคเพศภาวะในชุมชนประมงรอบทะเลสาบสงขลาตอนบนให้มีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรและความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในพื้นที่

 

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อหนุนเสริมชุมชนประมงรอบทะเลสาบสงขลาตอนบนให้มีส่วนร่วมในการจัดการและใช้ประโยชน์ทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน และทำการประมงที่ไม่เป็นภัยคุกคามต่อโลมาอิรวดีในพื้นที่
  2. เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนรอบทะเลสาบสงขลาตอนบนให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นที่สามารถเกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในพื้นที่
  3. เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคเพศภาวะในชุมชนประมงรอบทะเลสาบสงขลาตอนบนให้มีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรและความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในพื้นที่

 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

ด้านวิชาการ

  • บทความวิจัยระดับชาติ
  • ชาวประมงมีความตระหนักรู้และไม่ทำการประมงที่เป็นภัยคุกคาม และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในพื้นที่
  • ทราบผลการใช้ประโยชน์พื้นที่ต่อคุณภาพน้ำและดิน และผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่างๆในทะเลสาบสงขลาตอนบน ซึ่งข้อมูลในองค์รวมสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการจัดการทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพได้
  • ส่งเสริมให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ด้านการจัดการทรัพยากรประมงเชิงระบบนิเวศแบบมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่ ผ่านการพัฒนาโมเดลชุมชนประมงต้นแบบในทะเลสาบสงขลาตอนบน รวมถึงการสังเคราะห์องค์ความรู้ในรูปแบบบทความวิจัยและเอกสารวิชาการ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน การวิจัย และการขับเคลื่อนงานวิชาการในสถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านการประมงทั้งในและนอกพื้นที่ได้         

 

ด้านสังคม

ด้านสาธารณะ เกิดความตระหนักรู้ของประชาชนทั่วไปต่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดี ซึ่งเป็นสัตว์หายากระดับโลก สร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับจังหวัดพัทลุง–สงขลาในฐานะพื้นที่ตัวอย่างของ “การอนุรักษ์ที่ประชาชนมีส่วนร่วม” ส่งผลให้เกิดความร่วมมือในการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เป็นการแก้ไขปัญหาการลดลงของโลมาอิรวดี

ด้านชุมชนและพื้นที่ ชุมชนประมง 60 แห่ง มีศักยภาพในการจัดทำแผนอนุรักษ์และแผนพัฒนาอาชีพทางเลือกของตนเอง นอกจากนี้เกิดกลไกการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม (CIC/CCLAC) ที่สามารถขับเคลื่อนการอนุรักษ์และพัฒนาอาชีพได้จริง เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน ภาครัฐ และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ชาวประมงในชุมชนฯ นำไปสู่การกำหนดแนวทางและมาตรการในการพัฒนาเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของขาวประมงและชุมชนประมงในพื้นที่ และป้องกันและแก้ไขปัญหาการลดลงของโลมาอิรวดี 

ด้านสิ่งแวดล้อม ลดดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของโลมาอิรวดีในประเทศไทย และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน

ด้านนโยบาย

นำเสนอแผนการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพชาวประมงต่อประมงจังหวัดพัทลุงและสงขลา องค์การบริหารส่วนปกครองท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงและสงขลา สำนักงานจังหวัดพัทลุงและสงขลา

ข้อมูลและผลการศึกษาใช้ประกอบการกำหนดนโยบายของกรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานในพื้นที่ สนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศด้านการจัดการทรัพยากร ในมิติของเศรษฐกิจฐานรากและการอนุรักษ์สัตว์น้ำหายาก 

ด้านเศรษฐกิจ

รายได้ของชุมชนประมงเพิ่มขึ้นจากการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและการพัฒนาทางเลือกในการดำรงชีวิต เช่น การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำพื้นถิ่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ส่งผลให้เกิดอาชีพใหม่หรือเสริมรายได้เดิม ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน สภาพเศรษฐกิจและสังคมของชุนชนดีขึ้น

 

 

 

 



bottom

top

Latest News

Popular


bottom